เปิดเวบเมื่อ 03/02/2548
ปรับปรุงเวบเมื่อ 09/06/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 349









จำหน่าย น้ำมันหล่อลื่นคาสตรอล, เชลล์, น้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรม, น้ำมันหล่อลื่นยานยนต์, ทุกชนิด  

เครื่องพ่นน้ำยา, ใบมีดตัด, เครื่องกลั่น Solvent, คลอริเนเตท พาราฟิน, จาระบีอุตสาหกรรม,

เครื่องผสมน้ำยาอัติโนมัติ, ตู้อบลมร้อน, สีเซรามิคและสีในอุตสาหกรรมแก้ว, สารเคมีบำบัดน้ำเสีย 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-172-9054 , 092-561-6416

        

                                

บทความ
น้ำมันหล่อเย็นหรือน้ำมันตัดสำหรับงานช่างโลหะ (อ่าน 7661/ตอบ 2)

น้ำมันหล่อเย็นหรือน้ำมันตัดสำหรับงานช่างโลหะ (cutting fluid) ในภาษาอังกฤษบางทีเรียกของเหลวพวกนี้ว่า coolant ดังนั้นในภาษาไทยเรียกว่า น้ำมันหล่อเย็น

น้ำมันสำหรับงานตัดโลหะมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการตัด เจาะ กลึง เจียรไน ฯลฯ โลหะภัณฑ์ต่างๆ ทั้งนี้รวมไปถึงงานที่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษต่างๆ เช่น การกัดเฟืองเกียร์ การเจียรนัยแว่นตา ฯลฯ แม้แต่งานธรรมดาซึ่งปกติจะกระทำกันโดยไม่มีวัสดุหล่อเย็นช่วยก็สามารถปรับปรุงให้ผลงานที่ได้ออกมามีลักษณะและคุณสมบัติดีขึ้นถ้าใช้น้ำมันสำหรับงานตัดโลหะที่เหมาะสมเข้าช่วย

หน้าที่หลักของน้ำมันสำหรับงานตัดโลหะโดยส่วนใหญ่ก็คือ

1. ช่วยระบายความร้อนจากใบมีด หินตัด และชิ้นงาน

2. ช่วยหล่อลื่นใบมีด หินตัด และชิ้นงาน บางชนิดสามารถป้องกันสนิมได้ในระยะเวลาสั้นๆ

ในปัจจุบันมีน้ำมันสำหรับงานตัดโลหะจำหน่ายมากมาย แต่สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. น้ำมันสำหรับงานตัดโลหะประเภทน้ำมันละลายผสมกับน้ำ (Soluble Cutting Oils) คือของผสมชนิดน้ำมันผสมน้ำ ซึ่งอยู่ในรูปที่มีน้ำมันอยู่น้อยกว่าน้ำ (oil in water) ทั้งนี้โดยการเติมสารเคมีบางอย่างลงไปในน้ำมัน ซึ่งสามารถจะทำให้น้ำมันที่ตามปกติจะไม่รวมตัวกับน้ำสามารถละลายรวมตัวกับน้ำได้ในรูปของสารผสม และจะทำให้มีหยดน้ำมันเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไปในน้ำที่ใช้ผสม โดยหยดน้ำเหล่านี้จะผลักดันกันเองตลอดเวลาไม่ให้รวมตัวกันเป็นหยดหรือกลุ่มก้อนใหญ่ๆ หากเป็นเช่นนั้นจะเกิดการแยกตัวเป็นชั้น โดยมีชั้นของน้ำมันซึงเบากว่าลอยอยู่เหนือชั้นของน้ำ สารเคมีพวกนี้เราเรียกรวมๆ ว่า อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifiers) ในน้ำมันสำหรับงานตัดโลหะประเภทน้ำมันละลายผสมกับน้ำอาจจะมีสารดังกล่าวเพียงชนิดเดียว หรือสารเคมีชนิดอื่นๆ ปนอยู่ด้วยก็ได้ งนี้แล้วแต่ชนิดของน้ำมันละลายกับน้ำที่ใช้และความจำเป็นในการใช้งาน สารเหล่านี้ได้แก่

1.1 สารกระทำความเปียก (Wetting agent) สารี้จะช่วยให้หยดน้ำมันเล็กๆ ในน้ำมันที่ใช้สำหรับงานตัดโลหะนั้นๆ สามารถยึดเกาะกับผิวของชิ้นงานได้ดีขึ้น และเป็นการป้องกันสนิมให้ชิ้นงานไปในตัว

1.2  สารเพิ่มคุณภาพในการรับแรงกดสูง (Extreme pressure additives) สารนี้จะช่วยรับแรงเสียดสีระหว่างใบมีด หรือหินตัดกับชิ้นงาน อันจะทำให้ได้ชิ้นงานที่ราบเรียบ และใบมีดมีอายุการใช้งานสูงขึ้น สารเคมีเหล่านี้จะใช้ผสมในน้ำมันละลายผสมน้ำ เหมาะสำหรับงานหนักๆ

1.3  สารป้องกันการกัดกร่อน (Corrosion inhibitors) สารเหล่านี้จะช่วยป้องกันการกัดกร่อนและสนิมบนชิ้นงานและเครื่องมือกลที่ใช้

ข้อดีของน้ำมันตัดชนิดน้ำมันละลายผสมน้ำคือ เป็นการรวมเอาคุณสมบัติที่ดีของน้ำมันและน้ำเข้าไว้ด้วยกัน เนื่องจากน้ำมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนที่ดีและราคาถูก แต่ไม่มีคุณสมบัติในการหล่อลื่นและการเคลือบผิวโลหะเพื่อป้องกันสนิม ส่วนน้ำมันมีราคาแพงและมีคุณสมบัติในการป้องกันสนิมที่ดีกว่าน้ำแต่มีราคาแพงกว่า และประสิทธิภาพในการระบายความร้อนก็ไม่ดีเท่าน้ำ

2. นีตคัตติ้งออยล์ (Neat cutting oils) คือน้ำมันตัดชนิดหนึ่งที่เป็นชนิดน้ำมันล้วนๆ หรือน้ำมันผสมสารเคมี น้ำมันเหล่านี้แบ่งแยกออกเป็นประเภทตามวิธีการผลิตและความเหมาะสมในการใช้งานได้ดังนี้

2.1 นีตคัตติ้งออยล์ (Neat cutting oils) ใช้สำหรับงานเบาๆ ที่ไม่ต้องการความละเอียดมากนักเพราะฟิล์มของน้ำมันเหล่านี้มีอำนาจในการยึดเกาะผิวชิ้นงานไม่สูง และไม่อาจทนต่อแรงกดอัดที่รุนแรงของเครื่องมือกลต่างๆได้

2.2  มิเนอรัล-แฟตตี้ออยล์ (Mineral and fatty oil mixtures) เป็นน้ำมันผสมระหว่างน้ำมันปิโตรเลียมและไขหรือน้ำมันจากพืชและสัตว์ ฟิล์มของน้ำมันเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับผิวของชิ้นงานได้ดีกว่าพวกแรก เหมาะกับงานหนักปานกลาง

2.3 ซัลฟูไรซ์ออยล์ (Sulphurised oils) เป็นน้ำมันทีผสมสารประกอบของกำมะถันในอัคราที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม น้ำมันเหล่านี้เหมาะกับงานตัด กลึง เจียระไนโลหะต่างๆ อย่างกว้างขวาง แต่สำหรับโลหะผสม (alloys) ที่มีส่วนประกอบของนิกเกิลสูง น้ำมันเหล่านี้อาจทำให้เกิดรอยต่างๆ (stains) ขึ้นบนชิ้นงานได้ เนื่องจากการทำปฎิกิริยา ระหว่างกำมะถันกับโลหะ อย่างไรก็ดีโลหะพวกนี้โดยมานำมาตัด กลึง เจียระไนได้ยากอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าต้องการผิวงานที่ดีจึงไม่มีทางเลือกอย่างอื่น นอกจากจะเลือกน้ำมันที่มีค่าส่วนผสมของกำมะถันให้เหมาะสมกับงาน

2.4 ซัลเฟอร์ออยล์ (Sulphured Oils) น้ำมันเหล่านี้ถูกผสมด้วยธาตุกำมะถัน กำมะถันเหล่านี้จะละลายอยู่ในเนื้อน้ำมันในรูปของกำมะถันอิสระ (Free Sulphur) หรือแอกทีฟซัลเฟอร์ (active sulphur) ดังนั้นจึงไวกว่าปฎิกิริยากับโลหะประเภทไม่มีเหล็กบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลหะประเภททองแดง ทองเหลือง และโลหะผสมที่ทีส่วนผสมของนิกเกิลสูง ซึ่งจะทำให้เกิดรอยด่างคล้ำจากปฎิกิริยาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม น้ำมันเหล่านี้เหมาะกับงานเหล็กเป็นอย่างมาก

ข้อควรระวังสำหรับในงานตัดหรืองานเจียระไนที่ใช้หินเจียระไนชนิดที่เรียกว่าซัลเฟอร์บอนด์สโตน (Sulphur bonded stone) น้ำมันประเภทซัลฟูไรซ์ออยล์และซัลเฟอร์ออยล์อาจทำให้หินสึกเร็วและอาจแตกได้โดยเฉพาะน้ำมันประเภทซัลเฟอร์ออยล์ ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากปฎิกิริยาของกำมะถันอิสระในน้ำมันกับสารประกอบกำมะถันที่ใช้ในการทำให้เนื้อหินยึดเกาะกัน

2.5 น้ำมันผสมสารประกอบจำพวกกำมะถัน/คลอรีน (Oil with sulphur san/or chlorine additives, other than those mentioned) น้ำมันเหล่านี้ต่างกับประเภทซัลฟูไรซ์ออยล์และซัลเฟอร์ออยล์โดยผสมสารประกอบของกำมะถันและหรือคลอรีนในรูปที่ค่อนข้างเสถียร ถ้าเลือกให้เหมาะสมจะเหมาะกับโลหะทุกชนิดและงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานกลึง ต๊าป ตัดเกลียว กัดเฟืองเกียร์งานไส ฯลฯ สารคลอรีนหรือสารประกอบระหว่างกำมะถันกับคลอรีน (Sulphochlorinated) เป็นสารเพิ่มคุณภาพชนิดทนแรงกดอัดได้สูง เราเรียกสารพวกนี้ง่ายๆ ว่าสาร EP น้ำมันเหล่านี้จึงเหมาะกับประเภทงานหนัก ผิวของชิ้นงานที่สวยงามและมีอายุของเครื่องมือกลที่นานขึ้น

3.  สารเคมีผสมน้ำ (Chemical solution) น้ำมันตัดในกลุ่มนี้เป็นสารเคมีล้วนๆผสมน้ำ ดังนั้นจึงมีคุณสมบัติในการละลายความร้อนและมีคุณสมบัติในการล้างเศษโลหะได้ดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติชนิดหนึ่งของน้ำ แต่อาจขาดคุรสมบัติในการหล่อลื่นไปบ้าง อย่างไรก็ดีด้วยวิทยาการที่ก้าวหน้า น้ำมันสำหรับงานตัดโลหะประเภทนี้ในยุคปัจจุบันจึงได้ถูกผลิตให้มีคุณสมบัติที่ดีเพิ่มขึ้นหลายประการ เช่น เติมสาร EP เพื่อให้สามารถรับแรงกดอัดได้สูง เพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือกลออกไป และยังมีการเติมสารสำหรับป้องกันการกัดกร่อนและสนิมเพิ่มเข้าไปด้วย เพื่อป้องกันการเกิดสนิมที่ชิ้นงานน้ำมันตัดเหล่านี้เนื่องจากเป็นสารเคมีที่ละลสยอยู่ในน้ำในรูปของสารละลายไม่ใช่สารผสม ดังนั้นส่วนผสมที่ได้จึงมีลักษณะใส (clear type) ไม่ขุ่นมัวหรือมีลักษณะคล้ายน้ำนมดังเช่นในกรณีของน้ำมันตัดชนิน้ำมันละลายกับน้ำเหมือนกับน้ำมันตัดในกลุ่มอื่น น้ำมันตัดในกลุ่มนี้มีหลายชนิด ซึ่งสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการได้ อันที่จริงถ้าเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง น้ำมันตัดเหล่านี้จะสามารถใช้กับงานที่ต้องการความละเอียดสูงๆ ได้ เช่น การเจียระไนแว่นตา เจีนระไนเลนส์ การกัดเฟืองเกียร์ การผลิตลูกปืน ฯลฯ น้ำมันตัดเหล่านี้แม้ว่าส่วนใหญ่จะมีราคาสูงแต่ถ้าเทียบความสิ้นเปลืองต่อชิ้นงานแล้ว บางครั้งจะพบว่าถูกกว่าน้ำมันตัดประเภทอื่นเพราะสามารถใช้ได้ในอัตราส่วนผสมที่น้อยมาก ในงานบางประเภทอาจน้อยถึง 1: 100

4. น้ำมันตัดจากผลิตภัณฑ์สานสังเคราะห์ (Synthetic Cutting Fluids) น้ำมันตัดในกลุ่มนี้เป็นผลิตภัณฑ์สังเคราะห์ที่ทางห้องทดลองของบริษัทผู้ผลิตต่างๆ ได้พยายามคิดค้นขึ้นเพื่อให้เกิดผลดีต่อการใช้มากที่สุด ในปัจจุบันมีมากมายหลายชนิดจนกระทั่งไม่อาจกล่าวได้ว่าคุณสมบัติโดยทั่วไปเป็นอย่างไร ดังนั้นน้ำมันตัดที่เหมาะกับงานประเภทหนึงอาจไม่เหมาะกับงานประเภทอื่นๆ น้ำมันตัดในกลุ่มนี้เมื่อผสมน้ำแล้วอาจได้สารละลายที่มีลักษณะใส (clear type solution) หรือของผสมในลักษณขุ่น (emulsion type solution) ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นประเภทลักษณะขุ่นมากกว่า ข้อดีของน้ำมันตัดประเภทนี้คือ ผสมน้ำได้ดีและง่าย ของผสมที่ได้จะคงตัวมากไม่เกิดการแยกตัวเป็นชั้นออกจากน้ำได้โดยง่าย และสามารถทิ้งลงสู่ทางน้ำสาธารณะได้โดยไม่ต้องผ่านกรรมวิธีกำจัดสารพิษ ซึ่งเป็นการสะดวกสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในหลายประเทศที่มีกฏหมายเข้มงวดมาก ไม่ยอมให้ทิ้งสารมีพิษลงสู่ทางน้ำสาธารณะ

ความคิดเห็นที่ 0
รบกวนขอราคาน้ำมันหล่อเย็นด้วยครับ
ไมตรี email
(26/05/2555 12:49:28) IP. 125.24.20.xxx
ความคิดเห็นที่ 1
JANDEE MANEEWONG email
(02/07/2557 15:29:24) IP. 127.0.0.xxxxxx
Total: 2:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง